สำนักงานวิทยาเขตพัทลุง คว้า 2 รางวัล “แนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice) ประจำปีการศึกษา 2567” ระดับคุณภาพที่เป็นเลิศ

กลับ    21 ม.ค. 69  /   108

สำนักงานวิทยาเขตพัทลุง มหาวิทยาลัยทักษิณ สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้ง ด้วยการคว้า 2 รางวัลแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice) ประจำปีการศึกษา 2567 ในระดับ คุณภาพที่เป็นเลิศ จากผลงานด้านการบริหารจัดการภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม และสามารถต่อยอดสู่ความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยได้อย่างแท้จริง

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาระบบการทำงานเชิงบูรณาการของ กลุ่มภารกิจภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม สำนักงานวิทยาเขตพัทลุง ที่มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผลงานที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย 2 ผลงานเด่น ได้แก่

1. TSU LANDSCAPE MANAGEMENT MODEL (TSU–LM MODEL)
“ระบบบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานภูมิทัศน์”
เป็นรูปแบบการบริหารจัดการงานภูมิทัศน์อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการวางแผน การดูแลรักษา การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการมีส่วนร่วมของบุคลากร ส่งผลให้พื้นที่วิทยาเขตมีความสวยงาม เป็นระเบียบ ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้

2. TSU WASTE MANAGEMENT MODEL (TSU–WSM MODEL)
“ระบบบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจรสู่ความยั่งยืน”
เป็นแนวปฏิบัติด้านการจัดการขยะที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เน้นการคัดแยก ลดปริมาณขยะ การนำกลับมาใช้ประโยชน์ และการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับบุคลากรและนิสิต ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการก้าวสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

  

ผู้แทนเข้ารับรางวัล ประกอบด้วย

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอกราช สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีวิทยาเขตพัทลุง

  • นางฤทัยรัตน์ โชติพานิช หัวหน้าสำนักงานวิทยาเขตพัทลุง

  • ดร.นฤเบศร์ ซังปาน หัวหน้ากลุ่มภารกิจภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม

ซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานในการขับเคลื่อนและผลักดันผลงานเชิงระบบ จนประสบผลสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับมหาวิทยาลัย

  

ก้าวต่อไปสู่มหาวิทยาลัยสีเขียวและยั่งยืน

สำนักงานวิทยาเขตพัทลุงขอขอบคุณผู้บริหาร บุคลากร และทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนผลงานในครั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวจะถูกนำไปต่อยอด พัฒนา และยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่วิทยาเขตพัทลุงให้มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และก้าวสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และ มหาวิทยาลัยยั่งยืน (Sustainable University) อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป